หนังสือแปลเกาหลี

หนังสือแปลเกาหลี “นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้คุยกับตัวเองอย่างเปิดใจ”

หนังสือ “นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้คุยกับตัวเองอย่างเปิดใจ” แปลมาจากหนังสือภาษาเกาหลีชื่อว่า “내가 원하는 것을 나도 모를 때” เขียนโดย คุณชอนซึงฮวัน แปลเป็นภาษาไทยโดย คุณตรองศิริ ทองคำใส และจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Springbooks

คลิกดูคลิปวีดีโอสรุปหนังสือ “นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้คุยกับตัวเองอย่างเปิดใจ” ได้ที่นี่

คำศัพท์ภาษาเกาหลีน่ารู้

  •   원하다 – ต้องการ, ปรารถนา
  •   모르다 – ไม่รู้, ไม่รู้จัก
  •   때 – ตอน, เมื่อ

12 ข้อคิดจากหนังสือ “นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้คุยกับตัวเองอย่างเปิดใจ”

1. เริ่มต้นด้วยคำถามว่า “สิ่งที่เราต้องการคืออะไร”

สิ่งที่เราต้องการในคำถามนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ดูดีภายนอกหรือสิ่งที่ซื้อได้ด้วยเงิน แต่เป็นบางสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริง ที่จริงแล้วสิ่งที่เราต้องการก็จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามสถานการณ์และช่วงชีวิตของเรา การไล่ตามมาตรฐานของคนอื่นไม่ทำให้เราสุขใจ แต่ถ้าเราฟังเสียงหัวใจของเรา แทนที่จะฟังคำคนอื่น เราก็จะเริ่มได้ยินสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริง

2. ละลายหัวใจแช่แข็งด้วยชาอุ่น ๆ

เสน่ห์ของการจิบชาคือทำให้เราหลุดพ้นจากความวุ่นวายของโลกภายนอกและดื่มด่ำกับโลกส่วนตัวที่สงบเงียบ เวลาที่ทุกข์ใจหรือกังวลใจ ชาหนึ่งถ้วยอาจจะทำให้ได้พบความสุขและความผ่อนคลายเพื่อจะมีพลังกล้าหาญและใช้ชีวิตได้อย่างสง่างามอีกครั้ง

3. พลังอันทรงเสน่ห์ของการเดินเล่น

การเดินเล่นช่วยสร้างพลังความกระปรี้กระเปร่าให้ชีวิต เพราะการเดินเล่นอย่างไม่มีจุดหมายนั้น ถ้าเดินเล่นคนเดียวก็จะทำให้เราจดจ่อกับตัวเองได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าเดินเล่นกับคนอื่นก็จะได้เติมเต็มช่วงเวลานั้นกับคนที่เราเดินเล่นด้วยได้อย่างเต็มที่

4. เติมพลังด้วยความสุขเล็ก ๆ

เคล็ดลับของความสุขก็คือไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่อลังการ บางคนอาจจะมีความสุขกับของกินอร่อย ๆ บางคนสนุกกับการเดินทาง บางคนสนุกกับการได้ร่วมทำกิจกรรมหรือพบปะพูดคุยกับคนอื่น ๆ การเห็นคุณค่าและขอบคุณความธรรมดาด้วยการใส่ใจและเข้าใจการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนรอบตัว และหยิบยื่นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้แก่กัน เพียงแค่นี้ชีวิตก็จะมีความสุขและมีพลังที่จะก้าวต่อไปได้ทุกวัน

5. เป้าหมายของการเกิดมาบนโลกคือการเป็นตัวเอง

คนเราทุกคนมีชีวิตเป็นของตัวเอง ต้องรักษาความคิดและทัศนคติของเราไว้ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามมาตรฐานสังคมหรือสายตาคนอื่น ทำสิ่งที่อยากทำจริง ๆ ด้วยใจกล้าหาญ และทำอย่างสนุกสนาน ใช้ชีวิตเป็นตัวเรา ทำทุกสิ่งที่อยากทำจริง ๆ อย่างเต็มความสามารถ ก็เท่ากับว่าเรากำลังใช้ชีวิตที่มีคุณค่ามากพอแล้ว

6. ไม่สู้ก็ไม่เป็นไร

คนเราแต่ละคนมีอัตราความเร็วที่เหมาะสมต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องไล่ตามอัตราความเร็วของสังคมหรือของคนอื่นจนเกินกำลัง เพราะการทำแบบนั้นจะทำให้เราเหนื่อยอ่อนจนล้มพับหรือหมดแรงในเวลาที่จำเป็นจริง ๆ เพราะฉะนั้นถ้าวิ่งแล้วรู้สึกว่าเหนื่อยเหลือเกินระหว่างวิ่ง ก็ไม่ต้องฝืน ไม่สู้ก็ไม่เป็นไร หยุดพักบ้างสักครู่ก็ได้

7. ความสำเร็จของชีวิตเป็นของผู้มีไฟฝัน

เราจึงต้องตั้งปณิธานที่จะใช้ชีวิตตามความฝันของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคมากมาย เป็นธรรมดาที่เราอาจจะสานฝันไม่ได้สำเร็จในครั้งแรกครั้งเดียว แต่เมื่อเราก้าวเดินหน้าต่อทีละก้าวอย่างมั่นคง สุดท้ายเราก็จะคว้าผลลัพธ์หรือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ได้

8. เลิกสวมบทเด็กดี

เราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยกับการยื้อความสัมพ้นธ์ที่เราต้องฝืนตัวเอง ทุกความสัมพันธ์ล้วนมีระยะ บางครั้งใกล้ชิด บางครั้งเหินห่าง แปรฝันไปตามสถานการณ์ สิ่งสำคัญคือต้องปักหลักยึดตัวเองเป็นใจกลางที่มั่นคง สร้างและรักษาระยะห่างของความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพโดยไม่สั่นคลอนหรือถูกทำร้ายจิตใจเพราะคนอื่นจนเกินเหตุ

9. ความรักคือการมองทิศทางเดียวกัน

ความรักเป็นเรื่องของคนสองคนที่เดินไปในทิศทางเดียวกัน แต่ก็ไม่ใช่จะต้องเฝ้ามองกันอยู่ตลอดเวลา ช่วงเวลาที่ต้องทำงานตามปกติก็แยกกันทำงานอย่างมั่นใจ เมื่ออยู่ด้วยกันก็จับมือเดินทางมุ่งสู่ปลายทางเดียวกัน แบ่งปันเรื่องราว อารมณ์ความรู้สึก ตลอดจนไออุ่นของกันและกัน ความรักไม่ใช่สองคนต่างมองกัน แต่ความรักคือการมองไปยังทิศทางเดียวกัน

10. รู้จักยอมรับความรักอย่างถูกต้องเหมาะสม

การรักมากกว่าไม่ใช่เรื่องผิด ที่จริงแล้วการรักมากกว่าเป็นความรักที่สวยงามถ้าอีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจความรักนั้นด้วย แต่ถึงเขาไม่เห็นก็ไม่เป็นไร ในเมื่อเป็นคนรู้จักรัก ซื่อตรงต่อความรัก รู้จักวิธีรับความรัก ขอบคุณ และรักษาความรักอย่างทะนุถนอม วันข้างหน้าก็ย่อมมีโอกาสได้เจอความรักดี ๆ

11. มีชีวิตเพื่อคนที่เรารักและรักเรา

ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือความสุขที่ได้รับจากความรัก แต่หลายคนก็ไม่เคยคิดอย่างจริงจังว่าควรแสดงความรักและรับความรักอย่างไร โดยเฉพาะความรักของคนในครอบครัว เพราะเป็นคนใกล้ตัวจนเคยชินแล้วหลงลืมความสำคัญ เผลอมองเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อเราต้องเผชิญกับวันที่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวไปโดยที่ยังมีหลายสิ่งที่อยากทำกับเขา หรือทำให้เขา วันนั้นเราอาจจะเข้าใจความหมายของความรักได้เป็นอย่างดี

12. สร้างสังคมที่สามารถแบ่งปันคุณค่า  

ถ้าอยากได้ความรักจากใครก็ต้องกล้าหาญและรักเขาก่อน เพราะความรักจะยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเมื่อเรามอบความรักให้แก่อีกฝ่าย คงจะเป็นเรื่องดีถ้าทุกคนบนโลกมีความสุขด้วยกัน ถ้าอยากมีความสุขมาก ๆ ก็เริ่มจากการยินดีมอบความรัก เพราะนี่คือสุดยอดวิธีรักตัวเองและเป็นวิธีที่ทำให้เราทุกคนมีความสุขมากขึ้น

ทั้ง 12 ข้อคิดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในหนังสือเล่มนี้เท่านั้นค่ะ ในหนังสือยังมีประโยคดี ๆ และข้อคิดที่น่าสนใจอีกมากมาย เชื่อว่าถ้าทุกท่านได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะต้องมีประโยคแห่งชีวิตของตนเองแน่นอนค่ะ

คลิกดูคลิปวีดีโอสรุปหนังสือ “นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้คุยกับตัวเองอย่างเปิดใจ” ได้ที่นี่

ต้องการอ่านหนังสือเล่มอื่น ๆ คลิกที่นี่ค่ะ

ขอให้สนุกกับการอ่านหนังสือและการเรียนภาษาเกาหลีนะคะ ^^