หนังสือแปลเกาหลี

แนะนำหนังสือ “เหนื่อยไหมกอดหัวใจตัวเองหรือยัง”

หนังสือ “เหนื่อยไหมกอดหัวใจตัวเองหรือยัง ” เป็นหนังสือที่แปลมาจากหนังสือภาษาเกาหลี “일단 내 마음부터 안아주세요” เขียนโดย อาจารย์ยุนแดฮย็อน ศาสตราจารย์ประจำแผนกจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล แปลเป็นภาษาไทยโดย คุณกนกพร เรืองสา และจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Bloom

คลิกดูคลิปวีดีโอสรุปหนังสือ “เหนื่อยไหมกอดหัวใจตัวเองหรือยัง” ได้ที่นี่

คำศัพท์ภาษาเกาหลีน่ารู้

  • 일단 – ก่อนอื่น
  • 마음 – หัวใจ, จิตใจ
  • 부터 – จาก, ตั้งแต่
  • 안다 – กอด, สวมกอด

หนังสือเล่มนี้ ได้แบ่งเนื้อหาไว้เป็น 5 บท

บทที่ 1 เริ่มจากการทำความรู้จักกับตัวเองก่อน

ในบทนี้มีวิธีการฝึกรักตัวเองให้มากขึ้นวันละนิด ที่ทำได้ง่าย ๆ เช่น ถ้าไม่มีเวลาไปพบเพื่อน ๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ก็ลองอ่านหนังสือรวบรวมบทกลอน กลอนแค่บทเดียวก็ช่วยเพิ่มพลังสมองได้ เพราะช่วงเวลาที่ดื่มด่ำกับบทกลอนคือช่วงเวลาที่เราปล่อยใจให้รู้สึก หรือถ้ารู้สึกว่ายากเกินไปก็เปิดเพลงแล้วค่อย ๆ อ่านเนื้อเพลงก็ได้

นอกจากนี้เราควรลองค้นใจตัวเอง โดยฝึกมองตัวเองจากมุมมองของคนนอก การฝึกเช่นนี้จะเป็นการฝึกฝนจิตใจเพื่อเปลี่ยนแปลงความรู้สึกและการกระทำของตนเอง โดยจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้ดีมากกว่าสิ่งที่ทำไม่ได้ กลยุทธ์การสร้างนิสัยที่ดีมี 2 วิธี วิธีแรกคือการมองหาจุดด้อย และวิธีที่สองคือการเสริมจุดเด่นของตัวเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น คนทั่วไปมักจะคุ้นเคยกับการมองหาจุดด้อยเพราะเราถูกสั่งสอนให้แก้ปัญหาเป็นหลัก แต่การเสริมจุดเด่นที่เรามีไปเรื่อย ๆ สุดท้ายแล้วแม้แต่จุดด้อยของเราก็จะถูกพัฒนาขึ้นตามไปด้วย

บทที่ 2 ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ

บางครั้งเราก็อาจจะโมโหบ่อย ๆ หรือควบคุมความโกรธไม่ได้ สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าสมองเหนื่อยล้า การใช้ชีวิตในสังคมที่เหนื่อยล้า พลังในจิตใจลดลงเรื่อย ๆ จนพลอยทำให้พลังงานของสมองถูกเผาผลาญจนหมด เมื่อสมองต้องทำงานไม่หยุด สมองก็จะเหนื่อยล้าจนทำให้เกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน เมื่อคนที่มีภาวะนี้มารวมตัวกันก็กลายเป็นสังคมแห่งความเหนื่อยล้า และในทางกลับกัน สังคมแห่งความเหนื่อยล้าก็ทำให้คนหมดไฟในการทำงานได้

วิธีฝึกรักตัวเองให้มากขึ้นอย่างง่าย ๆ ก็คือ ฝึกหายใจเข้า-ออกลึก ๆ และจดจ่ออยู่กับลมหายใจ ระหว่างหายใจก็จินตนาการถึงคนหรือวิวทิวทัศน์ที่ชอบ หรือจินตนาการว่าพลังงานด้านบวกกำลังรวมตัวกันอยู่ใกล้ ๆ หัวใจ ลองฝึกต่อเนื่องสัก 2-3 นาที แล้วจิตใจก็จะปลอดโปร่งมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นวิธีง่าย ๆ แต่ก็ช่วยปกป้องร่างกายและจิตจากความเครียดได้

นอกจากฝึกลมหายใจแล้ว การเยียวยาตัวเองจากความเครียดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การดื่มดำกับรสชาติอาหารในสถานที่ที่เงียบสงบ ยิ่งใกล้กับธรรมชาติก็ยิ่งดี วางงานไว้ให้ไกลตัว และเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ค่อย ๆ เคี้ยวให้ละเอียด กินช้า ๆ ลิ้มรสอาหารผ่านประสาทสัมผัสต่าง ๆ ให้เต็มที่ การเติมพลังให้จิตใจแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่นาที แต่ก็ทำให้ยิ่งมีพลังไว้ใช้สำหรับการแข่งขันมากขึ้นกว่าเดิม

บทที่ 3 โอบกอดตัวเองก่อนที่จะหมดหนทาง

สมองคนเรามีการทำงาน 2 ระบบ คือระบบเอาชีวิตรอดและระบบปลอบโยน ระบบเอาชีวิตรอดทำงานเมื่อมีความกังวล ส่วนระบบปลอบโยนทำงานเมื่อเราพบเจอกับความยากลำบาก ทั้ง 2 ระบบนี้ทำงานต่างกัน ระบบเอาชีวิตรอดทำงานกระตุ้นให้เราวิตกกังวล แต่ก็ช่วยให้เราเอาชีวิตรอดและประสบความสำเร็จได้ในเวลาเดียวกัน ถ้าระบบเอาชีวิตรอดคอยผลักดันเราว่า “ตั้งใจให้มากกว่านี้สิ” หรือบอกว่า “ยังไม่ใช่ตอนนี้ เธอยังหยุดไม่ได้” ระบบปลอบโยนก็จะคอยบอกเราว่า “เธอทำได้ดีแล้ว” หรือ “พักผ่อนสักหน่อยเถอะ”

สำหรับคนยุคใหม่ที่อยู่ในสังคมแห่งความเหนื่อยล้า ระบบที่ทำงานมากกว่าก็คือระบบเอาชีวิตรอด ส่วนระบบปลอบโยนไม่ค่อยได้ถูกใช้งาน จึงทำให้เกิดความเครียดสะสมมากขึ้น สิ่งที่จะให้ระบบปลอบโยนแข็งแกร่งขึ้นก็คือ “ความกล้า” ความกล้าคือพลังที่ทำให้เรายอมรับข้อจำกัดและทำให้รักตัวเองมากขึ้น ขั้นตอนถัดมาก็คือการฝึกรักตัวเองให้มากขึ้นวันละนิดด้วยการไม่จมอยู่กับอดีตที่ผ่านไปแล้วและอย่ากระวนกระวายกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ให้คิดว่าคำตอบอยู่ที่ตอนนี้และตรงนี้ นั่นคืออยู่กับปัจจุบันนั่นเอง ต้องทำวันนี้ให้มีความสุขให้ได้ โดยตั้งเป้าว่า “วันนี้เราต้องมีความสุขให้ได้ถึงจะมีแรงใช้ชีวิต และถ้าประสบความสำเร็จ เราก็จะมีความสุขมากขึ้นด้วย” เพราะถ้ามีความสุขในวันนี้ไม่ได้ ความเป็นไปได้ที่จะมีความสุขในอีก 10 ปีข้างหน้าก็จะลดลง

บทที่ 4 ความสัมพันธ์ที่ดีต้องมีระยะห่าง

ความสัมพันธ์คือสิ่งที่เชื่อมโยงกัน แต่บางครั้งก็เชื่อมโยงจนยุ่งเหยิงไปหมด หลาย ๆ คนรู้สึกเหนื่อยมากเพราะเพื่อนเอาแต่ระบายเรื่องของตัวเองให้ฟัง คนที่เข้าใจผู้อื่นก็มักจะช่วยเหลือผู้อื่นได้แต่พวกเขาก็จะเหนื่อยง่าย คนที่มีนิสัยชอบพึ่งพาคนอื่นก็มักเข้าหาผู้ที่มีนิสัยอบอุ่น เข้าใจ และใส่ใจผู้อื่น แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้อยู่ฝ่ายเดียวก็จะเริ่มเหนื่อยล้าและอยากเลี่ยง ผู้รับก็อาจจะแสดงความโกรธและเสียใจ ต่างฝ่ายจึงต้องเกรงใจกัน ไม่ควรมานั่งน้อยใจกัน ความน้อยใจคืออารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเราให้มากกว่ารับ ส่วนความเกรงใจคือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเรารับมากกว่าให้ ยิ่งสนิทกันมากขึ้นก็ยิ่งต้องระวัง พยายามให้และรับเท่า ๆ กัน

หลายคนมักเครียดและปฏิเสธไม่เป็น แต่การตามใจอีกฝ่ายทุกอย่างโดยไม่คิดปฏิเสธเลยก็ไม่ถือว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ดี การปฏิเสธคือการสื่อสารให้อีกฝ่ายรับรู้ การสื่อสารที่ดีจะทำให้เข้าใจกันมากขึ้น และยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นด้วย

บทที่ 5 ฉันจะลองทำตามใจตัวเอง

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จคือการเคารพตัวเอง อย่าใช้เกณฑ์ทั่วไปของสังคมมาประเมินคุณค่าของตนเอง เพราะเกณฑ์ของสังคมทำให้เราเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ยิ่งเปรียบเทียบก็ยิ่งเสียความมั่นใจ เราควรให้ความสำคัญกับคุณค่าของสิ่งที่ทำมากกว่า ไม่ต้องหวังผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอ เมื่อเราตั้งเป้าหมายตามมุมมองของตัวเองและไม่ตั้งเป้าหมายที่ใหญ่เกินตัว เราจะบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น การเคารพตัวเองย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เมื่อบรรลุเป้าหมายเราจะพอใจในตัวเองและมีกำลังที่จะทำงานต่อไป ความมั่นใจก็จะทำให้เราทำงานได้สนุกขึ้นและงานก็จะออกมาดีด้วย

ในบทนี้บอกให้เราฝึกรักตัวเองให้มากขึ้นวันละนิดด้วยการฝึกทำดี โดยการพิจารณาสภาพแวดล้อมรอบข้างและให้ความช่วยเหลือทันที เช่น การสละคิวให้คนที่กำลังรีบ การพูดให้กำลังใจเพื่อนที่กำลังเหนื่อย การรับฟังปัญหาของผู้อื่น การทำสิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความรู้สึกด้านบวก ทำให้เราผูกพันกับคนรอบข้างจนความสุขเพิ่มพูน หรือออกเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาสั้น ๆ เพิ่มเพิ่มพลังงานให้จิตใจ หรืออาจจะวางโทรศัพท์ แล้วนั่งมองไปนอกหน้าต่าง ปล่อยใจให้ว่างเหมือนกับการทำสมาธิ การเหม่อลอยหรือสื่อสารกับธรรมชาติก็จะทำให้รู้สึกดีและคิดอะไรใหม่ ๆ ได้มากขึ้น

อาจารย์ยุนแดฮย็อนผู้เขียน บอกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือสำหรับการดูแลและสำรวจจิตใจ โดยยึดหลักจิตวิทยา หลักจิตเวชศาสตร์ เป็นพื้นฐาน ซึ่งผู้เขียนก็หวังว่าวิธีต่าง ๆ เช่น การสื่อสารกับจิตใจ การค้นหาสิ่งที่จิตใจชื่นชอบ หรือการเติมพลังให้จิตใจในหนังสือเล่มนี้ จะช่วยให้ผู้อ่านหันมา “เมตตา” จิตใจที่เหนื่อยล้าของตนเองมากขึ้น

คลิกดูคลิปวีดีโอสรุปหนังสือ “เหนื่อยไหมกอดหัวใจตัวเองหรือยัง” ได้ที่นี่

ต้องการอ่านหนังสือเล่มอื่น ๆ คลิกที่นี่ค่ะ

ขอให้สนุกกับการอ่านหนังสือและการเรียนภาษาเกาหลีนะคะ ^^