ภาษาเกาหลี

พลังภายในคำพูด : หนังสือดีที่ ‘วี BTS’ อ่าน

หนังสือ “말의 내공” เขียนโดย คุณชินโด ฮยอน และ คุณยุนนารู  แปลเป็นภาษาไทยชื่อว่า“พลังภายในคำพูด” โดย คุณสิริกร สังขพันธ์ และจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ อมรินทร์ฮาวทู เป็นหนังสือขายดี Bestseller ในเกาหลี และยังเป็นหนังสือที่ ‘คิมแทฮยอง’ หรือที่รู้จักดีในชื่อว่า ‘วี BTS’ บอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลีก็อ่านด้วย

คลิกดูคลิปวีดีโอสรุปหนังสือ “พลังภายในคำพูด” ได้ที่นี่

นอกจากชื่อหนังสือแล้ว บนหน้าปกหนังสือยังมีข้อความว่า “사람을 끌어당기는 동서양 고전의 화술”

  •   말 – คำพูด
  •   동양 – ตะวันออก
  •   서양 – ตะวันตก
  •   고전 – ผลงานทรงคุณค่า
  •   화술 – วาทศิลป์
  •   끌어당기다 – ดึงดูดความสนใจ

ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ได้กล่าวไว้ว่า การพูดได้ดี ไม่ได้หมายความถึงความเชี่ยวชาญในการใช้วาทศิลป์เท่านั้น แต่รวมไปถึงการพิจารณาตัวเองอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ทุ่มเทเอาใจใส่และเข้าใจผู้อื่น รวมทั้งความสามารถในการอ่านสถานการณ์ต่าง ๆ อีกด้วย และกระบวนแห่งความพยายามที่จะไปให้ถึงจุดนั้นก็คือ “การเรียนรู้ การพูด”

ดังนั้นหนังสือ “พลังภายในคำพูด” จึงเกิดจากการค้นคว้าวิชามนุษยศาสตร์ โดยเฉพาะผลงานอันทรงคุณค่าของทั้งตะวันออกและตะวันตก รวมถึงสติปัญญาจากคำพูดของนักปราชญ์ จนตกผลึกได้เป็นขั้นตอนการฝึกฝนตัวเองในกระบวนการปรับคำพูด 8 ขั้นตอน

ขั้นที่ 1 การฝึกฝน               

เริ่มจากการสร้างภาชนะใส่คำพูด ถ้ามีภาชนะใส่น้ำวางไว้ แล้วพยายามเปลี่ยนรูปร่างของน้ำก็เสียแรงเปล่า แต่ต้องเปลี่ยนภาชนะ คำพูดก็เช่นเดียวกัน ต้องเปลี่ยนภาชนะใส่คำพูดก่อน คำพูดจึงจะเปลี่ยนตาม ถ้าอยากเป็นพูดถ้อยคำล้ำลึกก็ต้องเป็นคนล้ำลึก ถ้าอยากพูดคำน่าเชื่อถือก็ต้องเป็นคนน่าเชื่อถือ

ขั้นที่ 2 ทัศนคติ

ซองแดจุง นักปราชญ์ในยุคโชซอนเคยกล่าวไว้ว่า “คนที่สภาพจิตใจไม่สมบูรณ์จะพูดจาสับสน คนที่ไม่มีทัศนคติจะพูดจาว่างเปล่า” และ ขงจื๊อ นักปราชญ์ชาวจีนถึงแม้เสียชีวิตไปนานแล้วแต่ปรัชญาของขงจื๊อก็ยังคงเปี่ยมด้วยพลังเพราะขงจื๊อมีทัศนคติที่แตกต่างจากคนอื่นนั้นเอง

ขั้นที่ 3 สติปัญญา

เวลาที่เราพูด สิ่งที่สำคัญกว่ารูปแบบก็คือเนื้อหา การพูดเนื้อหาได้อย่างลึกซึ้งก็คือสติปัญญา นักปรัชญามักจะชอบวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ แต่สิ่งสำคัญก็คือการวิเคราะห์เพื่อการเปลี่ยนแปลง ถ้าต้องการจะเปลี่ยนสิ่งใดก็ต้องวิเคราะห์ก่อน ภาษาก็เช่นเดียวกัน ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็ต้องวิเคราะห์ภาษาที่สื่อสารออกมา ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของผู้อื่นก็ต้องวิเคราะห์ภาษาระหว่างตัวเรากับเขาก่อน แม้ว่าการวิเคราะห์อาจจะไม่ช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่ถ้าไม่วิเคราะห์ก็จะไม่เจอวิธีแก้ปัญหา เมื่อรู้จักการคิดวิเคราะห์สติปัญญาของเราก็จะพัฒนาต่อไป

ขั้นที่ 4 ความคิดสร้างสรรค์

ในตัวเรามีพลังไร้ขีดจำกัดอยู่ ถ้าเราต้องการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเราเองก่อน ต้องกล้าที่จะละทิ้งของเดิม ๆ วางความดื้อรั้นและความต่อต้านลงแล้วเดินออกไปเจอสิ่งใหม่ ในตอนนั้นเองที่กระบวนทัศน์ทางความคิดและภาษาของเราจะเปลี่ยนไป และจะส่งผลให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

ขั้นที่ 5 การฟัง

สิ่งที่จะเปิดใจคู่สนทนาได้ดีมากกว่าการพูดก็คือ “การตั้งใจฟังอย่างเต็มที่” และที่จริงแล้วเราต้องฟังก่อนจึงจะพูดได้ดี เพราะเมื่อเราตั้งใจฟังก็จะเข้าใจอีกฝ่ายได้ และสามารถเลือกใช้คำพูดที่ดีได้บนพื้นฐานของการเข้าใจผู้อื่น

ขั้นที่ 6 คำถาม

คำถามเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความเปลี่ยนแปลงและเป็นการรักษาความเข้าใจซึ่งกันและกัน คำถามเป็นวิธีการรักษาอำนาจและในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือพลิกขั้วอำนาจด้วย เช่น คำถามของผู้อาวุโสอาจจะเป็นแรงกดดันแก่ผู้น้อย ดังนั้นท่าทีและเนื้อหาคำถามของผู้อาวุโสก็ควรจะอ่อนโยน ทำให้ผู้รับคำถามไม่หนักใจและกล้าเปิดเผยความคิดเห็นของตนเองได้

ขั้นที่ 7 วาทศิลป์

ฟรานซิส เบคอน นักปรัชญาและนักการเมืองชาวอังกฤษ ได้กล่าวไว้ว่า “วิธีการที่ชัดเจนที่สุดที่จะมีอำนาจนำทางในบทสนทนาได้ คือการรับหน้าที่เป็นผู้ให้โอกาสอีกฝ่ายพูด ปรับบทสนทนา และพาข้ามไปยังประเด็นอื่น ๆ ได้ แล้วคนนั้นจะสามารถนำบทสนทนาได้”

คนส่วนใหญ่มักจะชอบพูดมากกว่าฟัง เพราะต้องการที่จะแสดงออกถึงความรู้สึกภายในจิตใจตัวเอง ดังนั้นถ้าเราเป็นผู้ที่ได้คลายความต้องการที่จะพูดของผู้อื่นได้ คนคนนั้นก็จะพอใจและจะรู้สึกดีต่อเรา

ขั้นที่ 8 ความเป็นอิสระ

คนที่พูดตามเจตนาที่แท้จริงและปฏิบัติตามที่พูด จะเป็นคนอิสระ เหมือนคนที่ชอบฟังเพลงก็จะไม่ได้บังคับให้ตัวเองฟังเพลง การพูดก็เช่นกัน คนที่เป็นอิสระจะกล่าวเสียงภายในตัวออกมาและทำตามเสียงนั้นจริง พูดตามที่อยากพูด รักษาคำพูดตามที่อยากรักษา จึงจะเป็นอิสระ และจะได้ความสุขจากสิ่งนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากขั้นตอนของการเรียนรู้การพูดทั้ง 8 ขั้นตอนแล้ว ในบทสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ก็มีตัวอย่างเรื่องราว บทสนทนา หรือคำพูดของนักปราชญ์ที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงพลังภายในคำพูด หนังสือ “พลังภายในคำพูด” เล่มนี้ จึงเป็นหนังสือที่มีคุณค่าและเป็นอีกหนึ่งเล่มที่อ่านแล้วต้องอ่านซ้ำค่ะ ^^

ต้องการอ่านหนังสือเล่มอื่น ๆ คลิกที่นี่ค่ะ