หนังสือแปลเกาหลี

หนังสือแปลเกาหลี “ยังไม่สายไป เริ่มใหม่ตอนนี้”

หนังสือ ยังไม่สายไป เริ่มใหม่ตอนนี้ แปลมาจากหนังสือภาษาเกาหลี “늦지 않았어 지금 시작해” เขียนโดย คุณโนกยองวอน Blogger ชื่อดังของเกาหลี แปลเป็นภาษาไทยโดย คุณตรองสิริ ทองคำใส และจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Springbooks

คลิกดูคลิปวีดีโอสรุปหนังสือ “ยังไม่สายไป เริ่มใหม่ตอนนี้” ได้ที่นี่

คำศัพท์ภาษาเกาหลีน่ารู้

  •   늦다 – ล่าช้า, สาย
  •   지금 – ตอนนี้
  •   시작하다 – เริ่มต้น

คุณโนกยองวอน ผู้เขียน เป็นบล็อกเกอร์ที่ผู้คนสนใจเข้าเยี่ยมชมบล็อกของเธอมากกว่า 13 ล้านครั้ง และผู้คนเหล่านั้นก็ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างมุ่งมั่นของคุณโนกยองวอน ผู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะมีอุปสรรคหรือความยากลำบากใด ๆ เธอก็ก้าวข้ามผ่านมาได้ เธอใช้ชีวิตได้คุ้มค่าจนไม่น่าเชื่อว่าเวลาแต่ละวันของเธอมี เพียง 24 ชั่วโมง

ในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้เล่าเรื่องราวไว้ทั้งหมด 4 Part

PART 1 สายเกินไปไหมหากจะเรียน

คุณโนกยองวอน ผู้เขียน ได้เล่าเรื่องราวชีวิตในวัยเด็กที่เกิดในครอบครัวที่พ่อเคยทำธุรกิจก่อสร้างแล้วก็ล้มเหลว กลายเป็นแรงงานรับจ้างรายวัน จึงทำให้ครอบครัวอยู่ในสภาพขัดสน แม่ก็ต้องไปรับจ้างทำความสะอาด พ่อกับแม่ทะเลาะกันเป็นประจำ เธอจึงชอบไปอยู่ในห้องสมุด จนกระทั่งวันหนึ่งก็ได้ยินคนคุยกันถึงเรื่องโรงเรียนในระดับมัธยมปลายที่เป็นโรงเรียนพิเศษเปิดใหม่สำหรับคนที่สนใจการวาดภาพ ทำภาพเคลื่อนไหว หรือทำเกม คุณโนกยองวอนก็เลยไปสมัครสอบและได้เข้าเรียนที่โรงเรียนนั้น ตั้งแต่นั้นชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนไป ต้องทำงานพิเศษเพื่อหาค่าเทอมและค่าหอพัก แต่ก็ได้ออกมาใช้ชีวิตตามลำพัง ได้อยู่กับเพื่อน ๆ กลายเป็นคนที่สดใสและกล้าหาญมากขึ้น

เธอเขียนเป้าหมายในชีวิตไว้มากมาย รวมทั้งความฝันจะเรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่ปัญหาอยู่ที่คะแนนภาษาอังกฤษที่ได้แค่ 14 เต็มร้อย จึงเริ่มย้อนกลับไปทบทวนความรู้ภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับมัธยมต้น ท่องศัพท์ที่คาดว่าจะออกข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตอนนอนก็ใส่หูฟัง ฟังคำศัพท์ย้ำซ้ำอีก ส่วนคำศัพท์ที่ยากก็เขียนใส่บัตรคำศัพท์เจาะรูร้อยห่วงไว้แล้วก็ถือท่องเวลาเดินไปไหน หรือไม่ก็จดลงกระดาษโพสต์อิทแปะไว้ในที่ต่าง ๆ แล้วอ่านตาม ช่วงระยะเวลาปิดเทอมฤดูร้อน 35 วัน เธอสามารถจดจำคำศัพท์กว่า 5,000 คำ ตามที่ตั้งใจไว้ได้ทั้งหมด จึงเริ่มเรียนภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น แต่ก็ยังพยายามต่อ แม้แต่ตอนทำงานพาร์ทไทม์ก็ฟังคำศัพท์หรือประโยคภาษาอังกฤษไปด้วย คะแนนสอบก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งสอบ pre-test ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ก็ได้คะแนนภาษาอังกฤษถึง 91 คะแนน และในที่สุดก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ถึงสองแห่ง

PART 2 สายเกินไปไหมหากจะฝัน

หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว คุณโนกยองวอนก็ได้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งในกรุงโซล เธอหอบข้าวของมาเช่าห้องเล็ก ๆ ราคาถูกบนดาดฟ้าแห่งหนึ่ง เริ่มต้นเรียนมหาวิทยาลัยเทอมแรกด้วยการเลือกวิชาเรียนตามที่รุ่นพี่แนะนำ ไปสังสรรค์ทุกครั้งที่เพื่อนชวน ไปเที่ยวเล่นหลังเลิกเรียนกับเพื่อนทั้ง ๆ ที่ใจอยากไปอ่านหนังสือในห้องสมุด เพลิดเพลินกับชีวิตอิสระจนกลายเป็นความประมาท เกรดเฉลี่ยเทอมแรกน้อยพอ ๆ กับยอดเงินในบัญชีที่ลดลงอย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกโกรธตัวเองที่ใช้เวลาแต่ละวันอย่างสูญเปล่า ปล่อยใจใช้ชีวิตสนุกสนานไหลตามคนอื่นจนไม่ได้ยินเสียงจริง ๆ จากใจตัวเอง มัวแต่ใส่ใจว่าคนอื่นจะมองตัวตนภายนอกของเธอแบบไหนมากกว่าจะใส่ใจตัวตนภายในที่แท้จริง เธอเห็นสมุดบันทึกสมัยมัธยมปลายและสมุดรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ก็รู้สึกเจ็บปวดและผิดหวังในตัวเอง พอนึกถึงตัวตนในอดีตก็เกิดแรงฮึดขึ้นมาใหม่ แล้วก็คิดว่าต่อไปจะต้องไม่ทำเรื่องที่ทำให้ตัวเองต้องเสียในทีหลังอีกแม้แต่เรื่องเดียว

พอคิดได้แบบนี้แล้วเธอก็วางแผนหาเงินและเก็บเงิน เธอวางแผนทำงานพิเศษทั้งวันธรรมดาและวันหยุด ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย แล้วยังรับสอนพิเศษและรับงานแปลวิทยานิพนธ์อีกด้วย ทำงานแบบนี้สักพักก็รู้สึกว่าร่างกายรับไม่ไหวจึงต้องวางแผนบริหารเวลาใหม่ให้มีเวลาพักเติมพลังบ้าง นอกจากเป้าหมายเรื่องการหาเงินค่าใช้จ่ายและเก็บเงินไปเที่ยวแล้ว เธอยังมีเป้าหมายสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการสอบได้ที่หนึ่งของชั้นปี แต่ปัญหาคือเกรดเฉลี่ยนตอนปีหนึ่งเทอมแรกก็ค่อนข้างแย่ เธอจึงวิเคราะห์ความผิดพลาดของเธอแล้วแก้ตัวใหม่ เมื่อเธอมีความมุ่งมั่นพยายาม เกรดเฉลี่ยและลำดับผลคะแนนระดับชั้นปีก็ค่อย ๆ พุ่งสูงขึ้น จนได้รับทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนเรียนดี และได้รับรางวัลนักเรียนดีเด่น ต่อด้วยรางวัลสุดยอดนักศึกษาดีเด่น จนในที่สุดเมื่อถึงภาคเรียนแรกของปีสี่ เธอก็สามารถคว้าอันดับหนึ่งในชั้นปีได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

PART 3 สายเกินไปไหมหากจะลอง

คุณโนกยองวอน ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยพร้อม ๆ กับทำงานพิเศษมากมาย ถึงแม้ช่วงสอบก็ยังต้องทำงานจนดึก จนกระทั่งสามารถเก็บเงินเพียงพอที่จะไปเที่ยวยุโรปในช่วงปิดเทอมฤดูหนาว แต่ความสุขนี้ก็เจอวิกฤตเข้าจนได้ เมื่อพ่อนำบัตรเครดิตของแม่ไปใช้จนแม่ไม่สามารถจ่ายเงินคืนได้ ต้องโทรมาขอให้เธอช่วย เธอรู้สึกโกรธและเจ็บปวดมาก เธอรวบรวมเงินส่งไปให้แม่แล้วก็นอนร้องไห้ หลังจากวันนั้นโลกของเธอก็กลายเป็นสีเทา เธอกัดฟันลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับโลกด้วยหัวใจที่เริ่มต้นที่ศูนย์อีกครั้ง แล้วเธอก็มีหนังสือเป็นทั้งผู้ช่วยชีวิตและเป็นเพื่อนของเธออีกครั้ง เธอมีสมุดจดชื่อหนังสือที่อยากอ่าน เธอจดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนรายชื่อหนังสือยาวเหยียด นอกจากอ่านหนังสือแล้ว เธฮก็ยังชอบวาดรูป เธอสร้างบล็อกเพื่อบรรจุความทรงจำในชีวิตของเธอ บล็อกของเธอจึงเป็นเหมือนไดอารี่ เธอไม่ได้หวังว่าจะมีคนมาอ่านมากมาย เพียงแค่คิดว่าอยากเก็บความทรงจำที่มีค่าไว้บนบล็อก แต่บล็อกของเธอกลับเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนมีนักข่าวมาขอสัมภาษณ์และได้รับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์

เธอใช้ชีวิตนักศึกษาควบคู่กับการทำงานพิเศษ แล้วยังทำกิจกรรมชมรม ทำงานส่งประกวด ฝึกงานที่บริษัทนิตยสาร เป็นวิทยากรงานปฐมนิเทศ และอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วยังมีรุ่นน้องมาชวนเข้าร่วมแข่งขันทำโครงงานสำรวจโลก เธอและสมาชิกในทีมตั้งใจกันอย่างเต็มที่จนกระทั่งได้รับรางวัลคว้าตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศสมาได้ นอกจากกิจกรรมมากมายที่เธอได้ลองทำแล้ว เธอยังได้สอนพิเศษฟรีให้กับเด็กนักเรียนที่อยากเรียนหนังสือแต่ฐานะทางบ้านไม่อำนวยเหมือนกับตัวเธอในอดีต แต่พอเธอประกาศรับสอนฟรีลงในบล็อกก็มีนักเรียนติดต่อมามากมายแต่เธอก็ไม่สามารถสอนได้ทั้งหมด เธอจึงเขียนระบายความรู้สึกลงในบล็อก แล้วก็มีนักศึกษาคนอื่น ๆ ที่เข้ามาอ่านบล็อกของเธอและเสนอตัวมาช่วยเธอสอน ถึงแม้ว่างานนี้เธอจะไม่มีรายได้แต่เธอก็ภูมิใจและมีความสุข และด้วยการจัดการที่ดีกับความพยายามสม่ำเสมอ บัญชีออมเพื่อการท่องเที่ยวของเธอก็มียอดเงินเพิ่มขึ้นเท่าตัว เธอคิดว่าถ้าเรามองว่างานพิเศษเป็นภาระหนึ่งที่ต้องแบกรับก็จะยิ่งทุกข์ทรมาน แต่ถ้าเรามองว่าเป็นสิ่งกระตุ้นให้เรากระตือรือร้นและพัฒนาตัวเองก็จะมอบผลลัพธ์ที่น่าพอใจให้อย่างแน่นอน

PART 4 สายเกินไปไหมหากจะเดินทาง

คุณโนกยองวอน ผู้เขียน เล่าว่าด้วยตอนเด็ก ๆ ถึงแม้จะอยากนั่งเครื่องบิน แต่ด้วยฐานะทางบ้านที่ฝืดเคือง อย่าว่าแต่นั่งเครื่องบินไปต่างประเทศเลย แค่ออกไปกินข้าวนอกบ้านด้วยกันสักครั้งก็ยังไม่เคย เธอจึงมีความฝันอยากจะเดินทางมากเหลือเกิน และตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องทำความฝันนี้ให้สำเร็จ เธอเปิดบัญชีออมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว ทำงานพิเศษมากขึ้น เธอเคยเรียนรู้แล้วว่าความปรารถนาอย่างแรงกล้าจะช่วยให้เรามุ่งมั่นจนได้สิ่งที่ต้องการมา เธอจึงใช้พลังงานทั้งหมดที่มีเพื่อทำเป้าหมายให้สำเร็จ จนในที่สุดเธอก็ได้เริ่มออกเดินทาง โดยเริ่มต้นเดินทางท่องเที่ยวเมืองต่าง ๆ ในเกาหลี ต่อมาก็ออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ เริ่มจากในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น จีน ไทย และเวียดนาม คุณโนกยองวอนบรรยายถึงกรุงเทพฯ ไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า “สิ่งที่ฉันพบเจอทั้งพระราชวังกับวัดพระแก้วมรกตสีทองอร่ามตาที่หาดูที่ไหนไม่ได้อีก กลิ่นอายและความน่าตื่นตาของแหล่งประวัติศาสตร์ บางสถานที่หรือศิลปะบางอย่างดูเหมือนตะวันออกแต่ก็ผสมความเป็นตะวันตก ตลอดจนป่าคอนกรีตสูงลิ่วเสียดฟ้าตัดกับบ้านเรือนเก่า ๆ เผลอแป๊บเดียวฉันก็ตกหลุมรักเมืองนี้เข้าเต็มเปา” นอกจากนี้ในหนังสือเล่มนี้มีรูปถ่ายที่อยุธยาด้วย ต่อจากนั้นเธอก็ได้มีโอกาสเดินทางไปอเมริกา ฝรั่งเศส และประเทศอื่น ๆ การได้เดินทางและพบเจอผู้คนมากมาย ทำให้เธอได้มีประสบการณ์ที่หลากหลาย และได้รู้ว่าโลกของเรากว้างใหญ่ไพศาล แต่ที่ดีที่สุดคือความภูมิใจในตัวเองที่ได้ทำฝันให้สำเร็จด้วยตัวของเธอเอง

คุณโนกยองวอน บอกว่า การเดินทางเป็นโอกาสที่เราจะได้หลุดพ้นจากชีวิตประจำวันไปสั่งสมประสบการณ์ ถึงแม้ว่าเมื่อเรากลับมาจากการเดินทาง เราก็จะพบกับโลกใบเดิมก่อนออกเดินทาง แต่ถ้าการเดินทางนั้นช่วยให้เราเปลี่ยนแปลงจากเมื่อวานได้ ก็เท่ากับว่าเราได้อะไรจากการเดินทางครั้งนั้นเต็มร้อยแล้ว ไม่ต้องคิดมากว่าจะไปที่ไหน ไปนานเท่าไร ขอเพียงเราเติบโตจากการเดินทางนั้นได้จริง การเดินทางทริปนั้นก็เป็นทริปที่ยอดเยี่ยมที่สุด

บทส่งท้าย          

คุณโนกยองวอน บอกว่า เมื่อตอนอายุยี่สิบเธอเคยคิดว่าความสุขคือเงิน ถ้ามีเงินก็จะได้เดินทางไปในที่ที่อยากไป ได้ซื้อของกินที่อยากกิน แต่พอได้อ่านหนังสือมากขึ้น ได้พบเจอผู้คนหลากหลาย และที่สำคัญได้คุยกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ก็พบว่าสิ่งเคยคิดนั้นตื้นเขิน เงินอาจจะช่วยให้ชีวิตสะดวกได้ แต่เงินไม่อาจสร้างความสุขให้เธอได้ สำหรับคุณโนกยองวอนแล้ว เมื่อไหร่ที่นึกถึงหน้าของผู้คนที่เธอรัก หัวใจก็จะอบอุ่นขึ้น เธอมีความสุขกับการเรียนรู้สิ่งที่สนใจ เธอเพลิดเพลินกับสิ่งที่อยากทำ เพียงแค่คิดว่าเธอกำลังใช้ชีวิตในเส้นทางที่เลือก แค่นี้ก็เติมเต็มความสุขในใจแล้ว เธอบอกว่าชีวิตของเธอมีความสุขมาก เป็นชีวิตที่ใช้อย่างเต็มที่ ไม่มีสิ่งใดให้หวนเสียดาย เธอได้ใช้ชีวิตผ่านกระบวนการที่ได้เห็นตัวตนของตัวเองค่อย ๆ เปลี่ยนจากความฝันสู่ความจริง การได้มีชีวิตอย่างมีความสุขทุก ๆ ช่วงเวลานาทีถือเป็นความสำเร็จ ขอเพียงสามารถทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวานอีกนิด มีใจมุ่งหมายกล้าแกร่ง ตราบใดที่ลมหายใจยังไม่หยุดลง แม้จะต้องล้มเหลวก็เริ่มลุยใหม่ได้เสมอ ความสุขไม่ใช่สิ่งยิ่งใหญ่ตรงปลายทางที่วิ่งไปถึง หากแต่คือของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พบเจอระหว่างต่างหากที่เป็นความสุขในชีวิต ยังไม่สายเกินไปที่จะใช้ชีวิตของเราให้มีความสุขทุก ๆ นาที

คลิกดูคลิปวีดีโอสรุปหนังสือ “ยังไม่สายไป เริ่มใหม่ตอนนี้” ได้ที่นี่

ต้องการอ่านหนังสือเล่มอื่น ๆ คลิกที่นี่ค่ะ

ขอให้สนุกกับการอ่านหนังสือและการเรียนภาษาเกาหลีนะคะ ^^