หนังสือแปลเกาหลี

หนังสือแปลเกาหลี “เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว”

หนังสือ “เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว” แปลมาจากหนังสือภาษาเกาหลีชื่อว่า “여자의 모든 인생은 20대에 결정된다 ซึ่งมียอดขายในเกาหลีและจีนมากกว่าสี่ล้านเล่ม เขียนโดย คุณนัมอินซุก แปลเป็นภาษาไทยโดย คุณนาริฐา สุขประมาณ และจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Springbooks

คลิกดูคลิปวีดีโอสรุปหนังสือ “เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว” ได้ที่นี่

คำศัพท์ภาษาเกาหลีน่ารู้

  • 여자 – ผู้หญิง
  • 모든 – ทั้งหมด, ทั้งสิ้น
  • 인생 – ชีวิต, การใช้ชีวิต
  • 결정 – การตัดสินใจ

คุณนัมอินซุก ผู้เขียนเล่าว่าตอนอายุ 20 เธอยังไม่ค่อยเข้าใจโลกมากนัก แต่ตอนนี้อายุ 30 แล้ว ก็ได้เรียนรู้และค้นพบวิธีใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุข ทำให้คิดว่าถ้ารู้ก่อนอายุ 20 ก็คงจะดีกว่านี้ เธอจึงเขียนหนังสือเล่มนี้เพื่อให้หญิงสาวที่กำลังใช้เวลาในช่วงวัย 20 อยู่ในตอนนี้ เธอเชื่อว่าจะทำให้หญิงสาวอายุ 20 มีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

หนังสือเล่มนี้ได้บอกสิ่งที่ผู้หญิงควรรู้ไว้ 9 อย่าง หรือ 9 บทของหนังสือนั่นเองค่ะ

บทที่  1 การเห็นแก่ตัวในช่วงวัย 20

การมีชีวิตที่ดีหรือไม่ดี ไม่ใช่เพราะความเก่งหรือโชคชะตา แต่เพราะ “ความฉลาดเลือก” การตัดสินใจในการเลือกสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะหล่อหลอมกลายเป็นกรอบของชีวิต กำหนดนิสัยและแนวทางในการดำเนินชีวิต ถ้าฝึกอุปนิสัยในการกำหนดตัวเองอย่างถูกต้องตั้งแต่วันนี้ก็จะสามารถมีชีวิตตามที่จินตนาการไว้ และเมื่อเวลาผ่านไป ประโยชน์ที่เกิดกับตัวเราก็จะทำให้เราสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้มากขึ้นด้วย ผู้หญิงที่รู้จักเห็นแก่ตัวถูกเรื่อง ถูกที่ ถูกเวลา จะยิ่งมีชีวิตที่ดี ยิ่งมีความสุขกับตัวเอง และยิ่งเผื่อแผ่ให้แก่คนรอบข้างได้มากขึ้น

ดังนั้น การเห็นแก่ตัวที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ไม่ใช่การมุ่งความเห็นแก่ตัวไปที่คนอื่น แต่เป็นภายในตัวเอง ถ้ามีใจรักและอยากจะปกป้องตัวเองอย่างแท้จริง ก็จะรู้จักหลีกเลี่ยงสิ่งที่เสียพลังงานมากแต่ประโยชน์น้อย และเรื่องที่จะทำให้เสียชื่อเสียง แต่ถ้ามัวยึดติดกับผลประโยชน์ของตัวเอง ในที่สุดโลกก็จะทวงคืนทุกอย่าง

บทที่ 2 ทิ้งความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับความสุขไปซะ

ผู้หญิงที่มีความสุขจะมีเป้าหมายหรือความฝันอยู่ในใจและเชื่อว่าต้องทำสำเร็จ พวกเธอรู้วิธีพยายามและมุ่งไปข้างหน้าเพื่อทำฝันให้เป็นจริง และฝันนั้นก็ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ก็ทำให้มีความสุขได้ เพราะเรามีฝันเราจึงมีความสุข และในทางกลับกันความสุขก็ทำให้เรามีฝัน ดังนั้นความสุขจึงเกี่ยวข้องกับความฝันและความสำเร็จอย่างแน่นอน แค่ตั้งเป้าหมายชัดเจนที่จะมีความสุขและแสวงหาหนทางที่ดีก็เท่ากับว่าชีวิตเริ่มดีขึ้นกว่าแล้ว

ความสุขนั้นส่งต่อถึงกัน ถ้าตอนนี้รู้สึกว่าชีวิตตัวเองห่างไกลจากความสุข จงเข้าใกล้ใครสักคนที่มีความสุข ความสุขของคนเหล่านั้นจะส่งต่อมาถึงเราด้วย ถ้าเราพยายามที่จะใช้ชีวิตแบบดึงดูดความสุขให้เหมือนคนที่มีความสุขเหล่านั้น เราก็มีความสุขมากขึ้นด้วย เราไม่จำเป็นต้องสูญเสียพลังงานไปกับการอิจฉาที่คนอื่นมีความสุขมากกว่าเรา คนที่มีความสุขกว่าเราไม่ใช่คู่แข่งของเรา แต่เป็นอาจารย์แห่งความสุขที่เราต้องเรียนรู้ ดังนั้นถ้าอยากจะมีความสุขอย่างเต็มที่เราต้องเปิดใจรับข้อดีของคนอื่น แล้วเรียนรู้และสร้างความสุขของตัวเอง รักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ เพราะเราจะมีความสุขมากที่สุดก็ตอนที่เป็นตัวเองเท่านั้น

บทที่ 3 ความโชคดีเป็นสิ่งที่เราสร้างเอง

สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกเพื่อตัวเองเป็นคนที่โชคดี คือปฏิบัติต่อตัวเองและผู้อื่นให้ดี นั่นคือการคิดและพูดในแง่ดีเสมอ การรู้จักเกรงใจคนอื่น สิ่งที่ปฏิบัติต่อคนอื่นจะสะท้อนถึงสิ่งที่ปฏิบัติต่อตนเอง เราต้องรักตัวเองทำให้ตัวเองมีความสุข รู้จักเลือกสิ่งที่มีคุณค่าและเหมาะกับตัวเรามากที่สุด อย่าทำให้ตัวเองรู้สึกเป็นทุกข์หรือด้อยค่าเด็ดขาด เมื่อเรารักตัวเองความเคารพในตัวเองก็จะมากขึ้น

ผู้หญิงที่อยากจะโชคดี ต้องใช้ชีวิตอย่างขยันขันแข็ง ไม่ใช่ใช้ชีวิตอย่างเหนื่อยยาก ต้องรู้จักปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่จบสิ้น หาเส้นทางของตัวเอง และมุ่งไปอย่างกระตือรือร้น เมื่อพบกับความยากลำบากก็ต้องไม่ยอมจำนนกับความลำบากแล้วคร่ำครวญว่าทำไมโชคชะตาจึงเลวร้ายแบบนี้ แต่ต้องหาหนทางพาตัวเองออกจากความลำบากให้เร็วที่สุด และที่สำคัญต้องเป็นคนเปิดใจกว้าง มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นและนำมาเป็นบทเรียน

บทที่ 4 ช่วงวัย 20 ไม่ใช่เวลานั่งเพ้อฝัน แต่เป็นเวลากำหนดทิศทางของชีวิต

เราเรียกเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จว่าความฝัน ในหนังสือเล่มนี้บอกว่า ผู้หญิงที่มีฝันจะพูดถึงภาพความสำเร็จของตัวเองได้อย่างชัดเจนราวกับว่าสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว พวกเธอคิดถึง “ฝันที่เป็นจริง” ทุกวัน จนทำให้สิ่งนั้นแทรกซึมลงไปในชีวิตของเธอ แม้ว่าความฝันนั้นจะไม่เห็นผลออกมาทันทีทันใด แต่ก็เป็นพลังที่ทำให้พวกเธอกลายเป็นคนพิเศษขึ้นมาได้

การลงมือทำ ท้าทายสิ่งใหม่เพื่อไปสู่เป้าหมาย เป็นช่วงเวลาที่เราจะรู้สึกได้ถึงความสุข และเมื่อบรรลุเป้าหมายก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น เราจึงควรตั้งเป้าหมายเสมอและทบทวนเป้าหมายทุกวัน เป้าหมายอาจจะไม่จำเป็นต้องใหญ่โตก็ได้ อาจจะเริ่มจากตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่คิดว่าจะทำสำเร็จได้ และพอได้ลิ้มลองความสุขจากความสำเร็จนั้น ก็จะสนุกที่จะทำเป้าหมายต่อไปหรือทำเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น พอทำได้แบบนี้ชีวิตก็จะไม่น่าเบื่อ ทุกเช้าที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็จะใจเต้นแรงด้วยความหวังว่าจะมีเรื่องสนุกน่าตื่นเต้นให้เราทำให้สำเร็จทุก ๆ วัน

บทที่ 5 ในช่วงวัย 20  ต้องเลือกน้ำที่จะลงเล่นได้แล้ว

ช่วงวัย 20 เป็นช่วงเวลาที่ดีในการพบปะผู้คนใหม่ ๆ คนเรามีวิธีคิดในการคบเพื่อนต่างกัน บางคนชอบคบเพื่อนที่ด้อยกว่าตัวเองเพราะรู้สึกพอใจเมื่อได้รับความสนใจและสายตาแห่งความอิจฉา ทำให้รู้สึกยืดไหล่ได้อย่างภาคภูมิใจ แต่คนฉลาดจะรู้สึกละอายที่ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่ไม่ได้เรื่อง และจะพยายามคบหากับคนที่ฉลาดกว่า คนที่ดีกว่า และมีอะไรให้ได้เรียนรู้ เพราะรู้ว่าคนเราจะค่อย ๆ เหมือนกับกลุ่มคนที่ตัวเองคบหาคุณนัมอินซุก ผู้เขียน แนะนำว่าให้เราคบและสร้างความสัมพันธ์กับคนที่มีทัศนคติมุ่งสู่ชีวิตก้าวหน้า คนพวกนี้มักจะมีรอยยิ้มอยู่เสมอและทำให้เราได้รับรู้ถึงพลังงาน เพราะคนที่มองโลกในแง่บวกจะมีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าและจะส่งต่อพลังงานบวกให้แก่คนรอบข้างด้วย แค่ได้อยู่ด้วยกันเราก็รับพลังจากพวกเขาได้ ยิ่งรอบตัวเรามีคนที่มีความสุขและมองโลกในแง่บวกมากเท่าไร ชีวิตของเราก็จะราบรื่นมากเท่านั้น

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งนอกจากการเลือกอยู่กับคนที่มีพลังบวกแล้ว ตัวเราเองก็ต้องเป็นคนพลังบวกด้วย โดยเฉพาะเรื่องคำพูด เพราะคำพูดเป็นทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของคน คนที่พูดในแง่บวกหรือพูดในสิ่งที่ทำให้คนอารมณ์ดีก็มักจะมีชีวิตในทางบวก นอกจากนั้นเราก็ควรแสดงความจริงใจต่อคนอื่น ๆ ด้วย เพราะความจริงใจเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมนุษย์นั่นเองค่ะ

บทที่ 6 จงเริ่มลงทุนเพื่อเปลี่ยนโชคชะตา

ในบทนี้ผู้เขียนได้แนะนำว่าถ้าต้องการเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น ก็ต้องรู้จักลงทุนกับตัวเอง สิ่งแรกที่ต้องทำคืออ่านหนังสือ คุณนัมอินซุกบอกว่าต่อให้โลกนี้มีข้อมูลมากแค่ไหน แต่ทุกคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่อ่านหนังสืออย่างตั้งใจ เพราะสิ่งสำคัญมากกว่าการที่หนังสือทำให้เราได้รู้จักโลกอีกด้านที่ไม่เคยรู้ ก็คือหนังสือทำให้เรารู้จัก “อีกด้านของสิ่งที่เคยรู้แล้ว” หนังสือจึงเป็นมากกว่าข้อมูล แต่เป็นเครื่องมือช่วยให้เราตระหนักรู้

สิ่งที่ต้องลงทุนอีกอย่างหนึ่งคือลงทุนกับร่างกายของตัวเอง เริ่มจากดูแลสุขภาพ ในวัยหนุ่มสาวเป็นช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีที่สุดจึงมักจะทำให้รู้สึกว่าอย่างอื่นสำคัญกว่าสุขภาพ แต่ที่จริงแล้วการดูแลสุขภาพร่างกายต้องสะสมตั้งแต่วัยหนุ่มสาวจึงจะดีที่สุด นอกจากดูแลสุขภาพแล้วก็ต้องดูแลรูปลักษณ์ของตัวเองด้วย เพราะคนที่เอาใจใส่ตัวเองอย่างดีจะรู้จักตัวเอง รู้จักส่วนที่โดดเด่นของตัวเองเป็นอย่างดี จึงทำให้รู้สึกภูมิใจและมีความมั่นใจในตัวเอง

บทที่ 7 คิดบวกเข้าไว้แม้แต่โลกก็จะรับฟังคุณ

ในบทนี้ คุณนัมอินซุก ผู้เขียน ได้ชวนให้เราเติมพลังด้านบวกให้กับตัวเอง เพราะการเติมพลังด้านบวกจะทำให้ชีวิตของเราสนุกและมีความสุข คุณนัมอินซุกบอกว่า คนเรามักจะเขียนไดอารี่เพื่อระบายความทุกข์ แต่พอเขียนแล้วเราก็คงไม่อยากย้อนกลับอ่านเรื่องแย่ ๆ แต่เราไม่รู้เลยว่าการเขียนเรื่องราวดี ๆ จะทำให้เราลืมเรื่องแย่ ๆ ได้เร็วขึ้น เธอจึงชวนให้เขียนไดอารี่แง่บวก บันทึกเรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวัน ต่อให้บางวันจะเจออะไรแย่ ๆ จนอยากจะคิดลบ แต่พอมาเขียนบันทึกลงในสมุดไดอารี่แง่บวกเล่มนี้ อารมณ์ก็จะดีขึ้น แล้วก็จะได้รับพลังที่จะใช้ชีวิตในด้านบวกต่อไปในวันรุ่งขึ้น ความคิดในแง่บวกมีไว้เพื่อขับเคลื่อนอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ จริงอยู่ที่ว่าไม่ใช่คนที่คิดแง่บวกทุกคนจะประสบความสำเร็จ แต่คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนเป็นคนคิดแง่บวก

บทที่ 8 ผู้หญิงที่มีเงินนั้นดูดี

ในบทนี้ คุณนัมอินซุก ผู้เขียน ได้ชวนให้เราปรับทัศนคติเกี่ยวกับการเงิน การจัดการการเงินให้ดีต้องเริ่มจากการเรียนรู้เรื่องการเงิน ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนก็เข้าร้านหนังสือ มีหนังสือที่จะเปิดโลกทางการเงินให้เรามากมาย การบริหารจัดการเงินสำคัญกว่าการหาเงิน คนที่ใช้เงินเป็นอาจจะรวยกว่าคนที่หาเงินเก่งแต่ใช้เงินไม่เป็น คนใช้เงินเป็นมักจะลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นให้น้อยที่สุด อุดรอยรั่วไม่ให้เงินทองรั่วไหล แต่เลือกใช้เงินเพื่อซื้อสิ่งที่ตัวเองพอใจจริง ๆ เท่านั้น พวกเขามีนิสัยในการจัดการเงินที่ต่อให้เป็นเงินจำนวนน้อย ก็จะไม่ยอมเสียถ้าไม่มีคุณค่ามากพอให้จ่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าการลดค่าใช้จ่ายอย่างเดียวจะได้ผลเสมอไป เราต้องมีความสุขกับการสร้างรายได้และใช้เงินของเราด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินก้อนเล็ก ๆ ของคนเริ่มทำงาน ก็เกิดความแตกต่างกันได้ ระหว่างคนที่รู้จักจัดการเงิน กับคนที่ใช้เงินไปเรื่อยเปื่อย และที่สำคัญก็ต้องเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องการลงทุนด้วย เพราะในยุคนี้การเก็บออมเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์อาจจะสู้กับอัตราเงินเฟ้อไม่ได้ แต่คนที่มีความรู้พื้นฐานด้านการลงทุนก็จะสามารถทำให้เงินงอกเงยได้มากกว่า เพราะการลงทุน ไม่ว่าจะลงทุนกับอะไรก็ตาม ก็ไม่ควรทำอย่างรีบร้อน และข้อห้ามที่สำคัญที่สุดของการลงทุนคือความโลภที่เหลวไหลกับความหวังที่มากเกินไป อย่าลืมว่าการลงทุนไม่ใช่การหาเงินมาง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้สมอง ดังนั้นก่อนจะลงทุนอะไรก็ต้องศึกษาหาความรู้ให้ดีและตัดสินใจอย่างรอบคอบ

บทที่ 9 อย่าฝากเรื่องแต่งงานไว้กับโชคชะตา

การตัดสินใจแต่งงานต้องคิดไตร่ตรองให้ดี อย่าคาดหวังว่าชีวิตแต่งงานของเราจะเหมือนกับในละครหรือในนิยาย ดังนั้นเราทุกคนโดยเฉพาะผู้หญิงต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาตัวเอง รู้จักดูแลตัวเอง ไม่ขี้เกียจที่จะหาความรู้ใส่ตัวอยู่เสมอ เพราะการทำสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะป้องกันตัวเองออกจากคนที่ไม่ได้เรื่องเท่านั้น แต่ยังทำให้มีโอกาสได้เจอกับคนที่ดีมากขึ้นด้วย การมีรสนิยมในการเลือกแต่งงานกับคนดี ๆ ก็เหมือนกับการมีรสนิยมในการเลือกทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ถ้าอยากจะแต่งงานกับผู้ชายดี ๆ เราก็ต้องเป็นผู้หญิงที่มีคุณสมบัติที่ดีเพียงพอที่จะแต่งงานกับเขา และอย่าคิดว่าจะใช้การแต่งงานเป็นการวิ่งหนีปัญหาที่เผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว หรือปัญหาอื่น ๆ เพราะอาจจะเป็นการหนีเสือปะจรเข้ก็ได้

ในบทนี้มีคำกล่าวของคุณโบโด เชเฟอร์ โค้ชทางการเงินระดับโลก บอกไว้ว่า “เงินแทนที่ความรักไม่ได้ ส่วนความรักก็แทนที่เงินไม่ได้เช่นกัน” แต่เงินกับความรักช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกัน ความรักไม่ทำให้ท้องอิ่ม แต่ทำให้เรากินข้าวอย่างมีความสุขมากขึ้น การไม่มีข้าวกินเป็นปัญหา และการกินข้าวอย่างไม่มีความสุขก็เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีทั้งเงินและความรักเพื่อที่จะอิ่มท้องและอิ่มใจ การมีเงินในที่นี้อาจจะไม่ได้หมายถึงการมีเงินร่ำรวยล้นฟ้า แต่หมายถึงการไม่มีปัญหาทางการเงิน และมีความรู้เรื่องเงิน ดังนั้นคู่แต่งงานในวัยหนุ่มสาวจึงควรมีชีวิตการแต่งงานที่ทำให้รู้สึกมีความมั่นคงทางอารมณ์ ไม่ทิ้งความฝันของตัวเอง และสนับสนุนซึ่งกันและกัน มีความตื่นตัวและพยายามอยู่เสมอ ชีวิตแต่งงานที่ดีไม่ใช่หลุมฝังชีวิตที่เหลือ แต่ควรเป็นการพบเพื่อนร่วมทางที่จะเป็นแรงจูงใจให้เราทำตามความฝันได้อย่างเต็มที่ การที่ได้อยู่กับคู่ชีวิตที่คอยยินดีกับความฝันและความสุขของเราอยู่เสมอ ก็คงทำให้เราไม่ต้องอิจฉาใครในโลกนี้แล้วค่ะ

คลิกดูคลิปวีดีโอสรุปหนังสือ “เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว” ได้ที่นี่

ต้องการอ่านหนังสือเล่มอื่น ๆ คลิกที่นี่ค่ะ

ขอให้สนุกกับการอ่านหนังสือและการเรียนภาษาเกาหลีนะคะ ^^